
เฟรมเรทคืออะไร และสำคัญอย่างไรกับงานแอนิเมชั่น
การทำงานแอนิเมชั่นนั้นมีปัจจัยและองค์ประกอบในการทำงานอยู่มากมายหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่องของเฟรมเรท (frame rate) โดยมันคืออะไรและสำคัญอย่างไรกับงานแอนิเมชั่น วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกัน
เฟรมเรทคือ?
เฟรมเรท(frame rate) ก็คือจำนวนภาพที่ใช้ต่อหน่วยเป็นวินาทีหรือ per second ตัวอย่างเช่น เฟรมเรท 25 คือมีภาพ 25 ภาพต่อ 1 วินาทีนั้นเอง เฟรมเรทนั้นสำคัญต่องานแอนิเมชั่นและภาพยนตร์รวมถึงเกมเป็นอย่างมาก แต่หลายๆคนมีความคิดว่ายิ่งมีจำนวนเฟรมเรทมากเท่าไรภาพที่ดูก็ยิ่งละเอียดและสวยงามมากขึ้น แต่จริงๆแล้วปกติทั่วไปสายตาของเราเมื่อมองภาพแอนิเมชั่นที่มีเฟรมเรท 60 FPS (frame per second) ขึ้นไปก็มักจะแยกความแตกต่างไม่ออกแล้ว
ความสำคัญต่อภาพยนตร์และแอนิเมชั่น
ในงานภาพยนตร์และแอนิเมชั่นมักจะใช้เฟรมเรทแค่ 24 FPS เท่านั้นซึ่งมีเหตุผลมาจากต้นทุนการผลิตและความคุ้มค่า หากจะใช้เฟรมเรทน้อยกว่านี้งานก็จะดูกระตุกและมีเงา(ghost)ของภาพได้ แต่หากจะใช้เฟรมเรทที่ละเอียดก็จะเป็นการเปลืองต้นทุนแรงงานในการผลิตมากเกินไป ตัวอย่างที่ชัดเจนคงจะเห็นได้จากเหล่างานแอนิเมชั่น 2 มิติ กล่าวคือหากงานแอนิเมชั่น 2 มิติเรื่องนั้นมีเฟรมเรทที่ 24 FPS เท่ากับผู้ผลิตต้องวาดภาพ 24 ภาพต่อ 1 วินาที แต่ถ้าหากเป็น 48 FPS ผู้ผลิตก็ต้องวาดภาพ 48 ภาพต่อ 1 วินาที ดังนั้นงาน 24 FPS จึงพอดีแล้วสำหรับการทำหนังและการ์ตูนแอนิเมชั่นในวงการฮอลลีวู้ดหลายๆเรื่อง
ซึ่งแตกต่างจากกล้องวีดีโอหรือโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันที่สามารถอัดได้ 60 FPS แล้วถ้าเอามาลองเทียบกันดูอย่างไรก็ตามภาพ 24 FPS แบบภาพยนตร์ก็ยังเป็นเอกลักษณ์เป็นที่ถูกตาต้องใจของคนดูมากกว่า แต่ก็มีบางเรื่องที่แหวกแนวลองใช้ 48 FPS อย่างเช่น The Hobbit ซึ่งภาพละเอียด สวยงาม และลื่นไหลสบายตา แต่ก็มีหลายคนเช่นกันที่บอกว่าไม่ชอบและไม่เห็นถึงความต่าง หนักกว่าก็บอกว่าทำให้ลายตาจนทางผู้ผลิตต้องออกตัวหนังแบบ 24 FPS มาด้วย
(ตัวอย่าง The Hobbit แบบ 24 FPS)
(ตัวอย่าง The hobbit แบบ 48 FPS)
เพิ่มเติมอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องจดจำสำหรับคนชอบ capture ภาพหนังเก็บไว้ดูเล่น ยิ่งถ้ามีจำนวนเฟรมเรทเยอะภาพที่เราต้องการก็ยิ่งสวยมากขึ้น ถ้าหนังเรื่องใดใช้เฟรมเรทน้อยก็จะได้ภาพที่ไม่ค่อยคมชัดเท่าไหร่นักในการ capture และอีกหนึ่งข้อเสียของเฟรมเรทเยอะคือราคาที่แพงขึ้นนั่นเองเพราะแผ่น DVD นั้นจุได้เพียง 4.7 GB เท่านั้น มากกว่านั้นต้องใช้แผ่น Blue ray ที่จุได้ 100 GB แต่ราคาก็แพงกว่าแผ่น DVD หลายเท่าตัว
เฟรมเรทเองก็สำคัญกับเกมเหมือนกัน
แม้แต่ในวงการเกมเรื่องเฟรมเรทนั้นก็มีบทบาทและปัญหาอยู่มากเพราะทางคอนโซลหลายๆเจ้ากำหนดให้ใช้เฟรมเรทเพียง 30FPS เท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่คนส่วนมากรับได้ ถึงแบบนั้นก็มีนักเล่นเกมบางส่วนเรียกร้องให้เพิ่มเฟรมเรทขึ้นให้ทัดเทียมแบบ PC ที่ให้เฟรมเรทอย่างไม่จำกัดจนภาพลื่นไหลสวยงามตามที่ใครหลายคนต้องการ ทั้งนี้ทั้งนั้นจำนวนเฟรมเรทก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่อุปกรณ์ที่เราใช้แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพเกมที่ทางค่ายปล่อยออกมาให้เราได้เล่นอีกด้วย
(ตัวอย่างเกมความต่างระหว่าง 30 FPS กับ 60FPS)
สุดท้ายแล้วสำหรับงานแอนิเมชั่นนั้นเฟรมเรทสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะยิ่งละเอียดมากเท่าไหร่การเคลื่อนไหวของภาพก็ยิ่งสมจริงและดูเนียนตาไม่ทำให้รู้สึกขัดมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงมันยังส่งผลต่อกระบวนการทำงานของผู้ผลิตแอนิเมชั่นด้วยยิ่งเฟรมเรทสูงค่าผลิตก็จะยิ่งสูงตามเพื่อให้ได้งานคุณภาพที่ดีขึ้นนั่นเอง แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ชมที่จะเลือกสรรตามสิ่งที่ตัวเองชอบและขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์รายบุคคลว่าสามารถซื้อทั้งอุปกรณ์ในการรับชมและตัวหนังที่ราคาแพงได้หรือไม่
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://pantip.com/topic/23092414
https://pantip.com/topic/33249443